KRISS

ความรู้เป็นของโลก ไม่ใช่ของกู

KRISS header image 2

พลังแห่งความเยอะ

June 16th, 2008 · Popularity: 14%

many-big พลังแห่งความเยอะ

ถ้ามีคนพันคนยืนอยู่ แล้วจู่ๆคนหนึ่งคนในนั้นหันหน้าไปทางขวา คนที่เหลือคงไม่รู้สึกอะไรมาก
แล้วถ้าเป็นคนร้อยล้านคนยืนอยู่แล้วคนแสนคนหันไปทางขวาล่ะ?

ผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกนะ บอกก่อน ที่เอารูปนี้มา เพราะคำพูดข้างบนมาจากการ์ตูนเรื่อง “ข้าชื่อโคทาโร่”

หลายๆคนเอาคำพูดนี้มาเล่นในแง่ว่า 1 ใน พัน กับ แสนในร้อยล้านมันเป็นอัตราส่วนเดียวกันทางคณิตศาสตร์ แต่มันไม่เท่ากันนะ แล้วก็ว่ากันไปถึงจิตวิทยาอะไรนู่น เท่มาเลย

ส่วนผมก็คิดทื่อๆของผมว่า มันก็เท่ากันอยู่ดีแหละ ในบริบทของคณิตศาสตร์ แต่คุณเล่นเปลี่ยนบริบทแล้วมาตัดสินเอากับคนที่เขาคิดถึงบริบทเดิมอยู่ มันก็ไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่นะ

ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆที่ขัดแย้ง (หรือไม่ขัด แล้วแต่มุมมอง) กับกรณีนี้ครับ

คนในประเทศเราเป็นเอดส์ 1 ล้านคน (ข้อมูลเก่าหลายปีแล้วนะ ตอนนี้ไม่รู้เป็นไง)

ฟังแล้วก็ อืม โอเคเยอะว่ะ 1 ล้านจาก 60 ล้าน

พอคิดเป็นสัดส่วนเล็กๆล่ะ

1 คน จาก 6 คน

อันนี้จะดูมีผลมากกว่านะ คนเดินผ่านมาตามถนน 6 คนเป็นเอดส์คนนึง (อ่านถึงนี่บางคนเริ่มหันไปมองคนข้างๆ)

ซึ่งผลนี้ก็จะลดไปได้ ถ้าเราคิดถึงอีกองค์ประกอบหนึ่งซึ่งคือ “การกระจายตัว” หรือ “ความหนาแน่น” นั่นเอง ไม่มีใครบอกสักหน่อยว่ามันเฉลี่ยแบบนั้นในประเทศเรา คนเป็นเอดส์มักไปรวมกันอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เหมือนคำกล่าวที่ว่า “คนเป็นเอดส์ย่อมดึงดูดคนเป็นเอดส์ด้วยกัน” (ใครกล่าววะ?)

ไอ้คนแสนคนนั้นดันมาอยู่รวมกันในที่เดียวกัน เลยทำให้เกิดผลต่างของความคิดขึ้นมา เพราะประสาทสัมผัสของเราำจำกัด และกรอบอ้างอิงของเราคงเดิม

จริงๆแล้วเราไม่ต้องมานั่งทำเท่เปรียบเศษส่วนก็ได้ แค่เราเห็นคนแสนคนหันหน้าไปทางขวา โดยไม่ต้องบอกว่าคนที่เหลือเป็นกี่คน เราก็รู้สึกอะไรได้มากกว่าเห็นคน 1 คนอยู่ดี

สุดท้ายเราก็ใช้ระบบพวกมากลากไปโดยไม่รู้ตัว ผิด+ผิด+ผิด+ผิด+… กลายเป็นถูกไปได้ในหลายๆสถานการณ์ ขอให้คนเยอะไว้ก่อน

ทีนี้คำถามคือเราจะเอาไอ้สิ่งนี้มาใช้ในทางบวกได้ไหม หรืออาจถามง่ายกว่านั้น เช่น คุณจะมาพูดหาอะไร ผมก็บอกว่า จริงๆแล้วเราก็ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเช่นการใช้ ถูก+ถูก+ถูก+ถูก+… กลายเป็น เออ จริงของมึง

แล้วผมก็มาถึงทางตันอีกครับ … ถูกคืออะไร ผิดคืออะไร … อันนี้ติดไว้ก่อนครับ ผมยังหาอยู่ คิดไม่ออกบอกไม่ถูกก็เอา ถูกแบบ “วิญญูชน” บวกลบละกันนะ ฮ่าๆ

ตัวอย่างที่ผมเห็นเขาใช้พลังความเยอะได้ดีและมี impact ก็ืคือ
RUNNING THE NUMBERS ART EXHIBITION in NYC

ลองเข้าไปดูนะครับเห็นภาพแล้วมันรู้สึกมากกว่าที่เขียนข้างล่างนี่เยอะ

  • มือถือ 426,000 เครื่อง
  • ขวดน้ำพลาสติก 2 ล้านขวด
  • ถุงกระดาษ 1.14 ล้านถุง

และอีกมากมาย ซึ่งพวกนี้มีเวลากำกับเป็นหลักนาที ชั่วโมง หรือวัน นะครับ ไม่ใช่ปี

…จบดีกว่า…

เผื่อแผ่ชาวบ้าน:
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

อ่านนี่ด้วยดิ:

Tags:

  • 1 monojax // Jun 24, 2008 at 7:46 pm

    อืมมม ไอ้ถูกผิดนี่มันว่ายาก แต่กูคิดว่าโดยมากแล้วเกือบทุกๆสิ่งต้องการส่วนน้อยเป็นส่วนประกอบแล้วไอ้ส่วนน้อยนั่นมันจะมีค่าเข้าสักวัน

    แปลว่า สมมติเมื่อก่อนยีราฟคอสั้นมี 100 ล้านตัว คอยาวมี 1 หมื่นตัว แล้วต้นไม้ก็สูงขึ้นอย่างไร้เหตุผลทำให้พวกคอยาวยังอยู่รอดและสืบทอดมาจนวันนี้ ซึงถ้าคนสมัยก่อนนู้นถ้ามาเห็นยีราฟสมัยนี้คงไม่อยากเชื่อแน่ว่านั่นคือ ยีรัฟ ที่เค้ารู้จัก ส่วนตอนนี้เป็น ยีราฟ

    [ตอบ]

    KRISS reply on June 24th, 2008 10:01 pm:

    นี่ทฤษฎีลองเน็คป่าววะ สู้กะลองเทล

    [ตอบ]

    KRISS reply on June 25th, 2008 12:19 am:

    คือจริงๆตอนแรกกะเขียนเอาฮา แบบหน้าแรกบอก

    “ถ้ามีคนพันคนยืนอยู่ แล้วจู่ๆคนหนึ่งคนในนั้นหันหน้าไปทางขวา คนที่เหลือคงไม่รู้สึกอะไรมาก
    แล้วถ้าเป็นคนร้อยล้านคนยืนอยู่แล้วคนหมื่นคนหันไปทางขวาล่ะ?”

    แล้วเปิดมาดูเนื้อหา ก็บอกว่า “มึงคิดเลขผิดไง”

    [ตอบ]

  • 2 วิถีแห่งเครื่องแฟกซ์ | KRISS // Jul 1, 2008 at 9:42 am

    [...] แต่คำว่า standard นั้นส่วนใหญ่หากขาดพลังแห่งความเยอะแล้วแทบจะไร้ความหมาย [...]

แสดงความคิดเห็น

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar