Skip to content

Categories:

Posts tagged by แสดงสด

RP99 วงดนตรีวงแรก และความไร้รสนิยม

วงดนตรีวงแรกที่ผมเล่นด้วย ชื่อวง RP99
เป็นวงของพ่อผมเอง ซึ่งชื่อของวงก็เอามาจากนามสกุลของเรานั่นเอง

ท่ามกลางเครื่องดนตรีหลากหลายในวงของพ่อ ผมเลือกหัดตีกลองชุด มันเป็นพรหมลิขิต ที่ทำให้ผมเลือกเครื่องดนตรีนี้เป็นเครื่องดนตรีแห่งชีวิต

กลองชุดไม่พยายามสร้างเมโลดี้ แทบไม่มีตัวตน โดยเฉพาะในเวลาที่มันถูกตีโดยคนที่เริ่มหัด การตีกลองแทบจะเป็นงานของเครื่องจักร ซ้ำกันทุกห้อง ยกเว้นเวลาส่งระหว่าง 4 ห้อง ซึ่งเป็นเวลาที่ผมรออย่างใจจดใจจ่อตอนเริ่มหัดตี

คำว่า “แยกประสาท” เป็นคำแรกๆในชีวิตนักดนตรีของผม มันเป็นคำแปลกประหลาด และยิ่งแบ่งแยกมือกลองออกจากมนุษย์มนา ไปสู่ดินแดนของเครื่องจักร

ชีวิตการตีกลองของผมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากจะมาพูดในวันนี้คือ สิ่งที่มีส่วนอย่างมากทำให้ผมเป็นผมอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะรสนิยมทางดนตรี

ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

ผมเคยแสร้งว่ามีรสนิยมทางดนตรี เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น ผมจำเป็นต้องชอบอะไรสักอย่าง ที่สำคัญกว่านั้น จำเป็นต้องเกลียดอะไรสักอย่าง เพื่อแสดงตัวตนในกลุ่มเพื่อน

เช่น ต้องฟังเพลงร็อคหรือเพลงใต้ดิน เพลงบนดินมันห่วย ตลาด ขายของ

สุดท้ายเมื่อโตขึ้น ผมกลับไปเป็นแบบเดิมตอนเด็ก

ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

วง RP99 เป็นวงบ้านนอก เกิดที่อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี และตายในที่เดียวกัน

วงนี้เป็นที่ที่สอนให้ผมเข้าใจ ว่าโลกนี้ไม่ได้ประกอบด้วยคนเด่นดัง มันประกอบด้วยทุกคน

วงดนตรีวงหนึ่ง เดินทางไปเล่นตามงานแต่งงาน งานบวช และงานรื่นเริงต่างๆ ด้วยรถ 6 ล้อ ประกอบด้วย นักร้องหญิง ชาย นักดนตรี คนงานที่เรียกว่าคอนวอย

ไม่มีใครขาดใครได้ ทุกคนต้องไปด้วยกัน เมื่อคอนวอยขาดคน นักดนตรีต้องมาช่วยยกของ และตั้งเวที

เมื่อนักร้อง หรือนักดนตรีขาด คอนวอยก็ไปช่วยได้ บางคนร้องเพลงได้ บางคนเล่นดนตรีได้

วง RP99 มีมือกลอง 1 คน(เป็นคนอื่น ผมเป็นผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น) มือกีตาร์ 1-2 คน มือคีย์บอร์ด 1 คน มือเบส 1-2 คน คือพ่อผมเอง กับอีกคนสลับกันไป นักร้องหญิง 2-3 คน นักร้องชาย 2-3 คน

คอนวอยมีประมาณ 5-10 คน คอยยกของ ตั้งเวที รื้อเวที

ทุกคนล้วนเป็นญาติสนิทกัน นามสกุลเดียวกับผมก็เยอะ บางคนที่ไม่ใช่ญาติ ก็อยู่กันจนเป็นญาติ

background นิดหนึ่ง … วงดนตรีแบบนี้จะมีประมาณ 2-3 วง ที่ดังๆในจังหวัด แล้วก็จะมีคนมาจ้างไปเล่นตามงานต่างๆ ประมาณคืนละหนึ่งหมื่น-สองหมื่นบาท (ลองคิดถึงจำนวนคนดิ เป็นเงินน้อยมากๆ)

เพลงที่เล่นจะเป็น pattern เดียวกันทุกๆคืน คือ
1. เริ่มจากเพลงลูกทุ่ง/ลูกกรุงช้าๆ
2. เพลงรำวง (บอกไม่ถูกว่าคืออะไร แต่มันมีจังหวะตายตัวของมัน)
3. เพลงลูกทุ่งเร็วๆ
4. เพลงสตริง (pop/rock) ตามยุคสมัยนั้น + เพลงฝรั่งบ้างบางเพลง

โห วงบ้านนอกเล่นเพลงฝรั่ง? อ๊ะๆ เราเล่นกันตั้งแต่ I hate myself for loving you, broken-hearted woman, ไปจนถึง No Coke นู่นเลยครับ

คนร้องรู้ภาษาอังกฤษไหม? ไม่รู้ครับ เรานั่งแกะจากเทป ให้เป็นภาษาคาราโอเกะ แล้วก็ซ้อมกันจนกว่าจะเหมือนเทป

สมัยนั้นคำว่า ค่ายเทป ก็มีนะ แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ว่า RS, Grammy, Kita, etc.. มันต่างกันยังไง

จนตอนโตนี่แหละ ถึงรู้ว่า คนเราจะต้องฟังเพลงตามชนชั้น หรือกลุ่มสังคมของตนด้วย

วง RP99 สอนให้ผมเข้าใจ จากการที่ผมขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ที่เล่นเพลงทุกแบบที่เรารู้จัก ขอเพียงให้คนดูสนุกไปกับเรา

พ่อผมเป็นคนที่สอนผม โดยไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว ว่า Entertainer คืออะไร

พ่อไม่ใช่มือเบสที่เก่ง ผมบอกได้เลย เช่นเดียวกับที่ผมไม่ใช่มือกลองที่เก่ง

แต่สิ่งที่พ่อสนใจที่สุดเวลาอยู่บนเวที คือคนดู เมื่อพ่อไม่ได้เล่นเบส พ่อจะคอยดู และคอยจัดเพลงที่มากมาย ให้เปลี่ยนไปทุกๆรอบที่เล่น ตามอารมณ์ของคน

พ่อถอยกลับไปตีกลองทอม เวลา sound ขาด

พ่อคอยพูดฮิ้วๆ หรือทำเสียงประหลาดต่างๆ ให้คนดูสนุก โดยที่คนดูไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหน พ่อไม่ได้ต้องการให้คนดูเห็นพ่อ แต่ต้องการให้คนดูเห็นวง

มันเป็นสิ่งที่ผมเลียนแบบไม่ได้ แม้จะพยายามทำมาเป็นเวลาหลายสิบปี

แต่ที่ผมทำได้ดีขึ้นมากคือความเข้มแข็ง เข้มแข็งพอที่จะบอกว่า ผมเองก็ชอบเพลงป๊อบ ชอบออฟปองศักดิ์ พอๆกับที่ชอบ RHCP หริอ RATM และผมก็ฟัง Lady Gaga ได้ ไปพร้อมๆกับที่ชอบฟัง Bjork

ก็คงต้องขอบคุณพ่อและ RP99 นั่นแหละ ที่สอนผมเรื่องนี้

ผมโคตรภูมิใจที่ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

น่าเสียดาย วง RP99 ก็ตายไปด้วยเหตุผลหลายประการ และเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้พ่อไม่ค่อยชอบใจนักเมื่อรู้ว่าผมจะเริ่มเล่นดนตรีสมัยมัธยมต้น

เรื่องราวมันเยอะ วันนี้ผมพยายามเล่าแบบไม่ Edit เรื่องอาจจะไม่เรียงร้อยปะติดปะต่อ ก็ขอให้อ่านไปดิบๆละกัน ขอบพระคุณ

Posted in Blog


อยากเป็นคนที่ถูกรัก

นั่งเปิดดู blog เก่า พบวิดีโออันนี้ครับ พี่พัชรเล่นคีย์บอร์ดให้ผมร้องแล้วอัดไว้ ลองฟัง/ดูกันนะครับ อนาคตจะหายากนะครับ (???)

Posted in Blog


ความลำบากของนักร้องมั่ว

mic.jpg


ความขี้เกียจแกะและซ้อมเพลงของผมนั้น สร้างความลำบากให้ผมเป็นประจำในเวลาแสดงสด ซึ่งก็คาดหวังไว้ว่างานต่อๆไปผมคงซ้อมเยอะกว่านี้นะครับ


ผมจะเป็นพวกขี้เกียจซ้อม ขี้เกียจแกะเพลง ต้องไฟลนก้นจริงๆ ถึงจะแกะ เช่นซ้อมพรุ่งนี้ (ยังดีนะ บางทีรอถึงเล่นพรุ่งนี้) หลังจากเล่นกลองมานานก็ค้นพบว่ามีสิ่งที่ง่ายกว่ากลองมากอยู่ (ในแง่การแกะน่ะนะ) ก็คือการร้องนั่นเอง


เพราะร้องเนี่ยเรามั่วได้ง่ายกว่า (บางทีนะ) ก็เลยยิ่งขี้เกียจเข้าไปใหญ่ อาศัยเคยฟังตามวิทยุ แล้วก็ไม่ต้องซ้อมมันหละ ว่ากันสดๆเลย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะรอดตัวไปได้ โดยมีบางท่อนที่คนฟังจะขมวดคิ้วว่า "มันไม่ได้ร้องอย่างงี้ไม่ใช่เหรอวะ" แต่พอเจอผมมั่วทำนองไปอีกซัก 2-3 ท่อน ก็จะเริ่ม "อืม มันคง improvise อยู่มั้ง"


ทีนี้ มันก็จะมีปัญหาอีกขั้นคือเวลาไปร้องคาราโอเกะ หรือร้องที่ไหนที่ต้องร้องกันหลายคน ก็จะเริ่มซวยอีก เพราะจะร้องทำนองบางช่วงไม่เหมือนชาวบ้าน เสียงก็จะโผล่ โด่เด่มา ผมก็จะแก้ปัญหาโดยคอยเล็งว่าชาวบ้านจะร้องตอนไหน ถ้าเขาเริ่มร้อง ผมจะหยุด พอเขาหยุด ผมก็ร้องต่อ


ที่ว่ามานี่คือยังจำเนื้อได้นะ เจอแบบจำเนื้อไม่ได้นี่ยากสุดๆ ส่วนใหญ่ผมจะใช้วิธีจำท่อนแรก กับท่อนสร้อย พอร้องท่อนแรก ร้องท่อนสร้อย แล้วดนตรีมันจะวนมาให้เราร้องท่อนสอง ก็เอาเนื้อท่อนแรกนั่นแหละมาร้อง คนฟังก็จะผงกหัวตามเราจนจบสร้อยแรก พอเราเริ่มซ้ำเนื้อคนฟังก็จะขมวดคิ้ว ทบทวนในใจ "อืมๆ เราคงจำผิด อย่างน้อยไอ้บนเวทีนั่นก็เป็นนักร้อง มันคงรู้เนื้ออยู่แล้วแหละ หรือไม่เขาก็คงเอาเพลงเก่ามาทำใหม่มั้ง" แล้วก็ผงกหัวตาม สนุกต่อจนจบเพลง คนร้องก็คอยลุ้นในใจว่าคนดูจะทำหน้ายังไงบ้าง แล้วก็โล่งอก


ผมมีเพื่อนคนนึงใช้วิธีต่างออกไป วิธีของมันคือ มั่วเนื้อ นั่นเอง (เรียกว่าวิธีเหรอวะ) โดยเฉพาะเพลงฝรั่ง ลองไปฟังมันร้องแล้วจะรู้ว่า ไอ้มุกตลก ซันชิโร่ เทคมีโฮม นั้นชิดซ้ายไปเลย เพราะ้คุณจะฟังมันร้องไม่ออกเลย แต่ยังคิดได้ว่าเพลงนี้น่าจะความหมายดี คนไทยจะคิดว่าสำเนียงมันดีมากจนฟังไม่ออก ส่วนฝรั่งจะคิดว่ามันร้องเพลงไทยอยู่


จริงๆมาคิดดูีดีๆ เราไปแกะเพลงแล้วซ้อมร้องให้ดีๆมันจะง่ายกว่าป่าววะเนี่ย?

/uploaded_images/0000/0011/mic.jpg

Posted in Blog