Skip to content

Categories:

Posts tagged by นิทาน

ชายหนุ่มกับแม่มด

พ่อผมเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังตั้งแต่เด็กๆ เป็นนิทานที่ผมยังจดจำบางส่วนได้จนถึงทุกวันนี้ จริงๆพ่อเล่านิทานให้ฟังก็คงไม่แปลกอะไร แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือพ่ออัดเทปส่งมาจากซาอุครับ


ชายหนุ่มกับแม่มด


เล่าโดยนายสมเกียรติ ดัดแปลงโดยนายกฤษนะ บุตรนายสมเกียรติ (lord of the ring เหรอวะ? อารากอนบุตรอาราทอน)


เมื่อนานมาแล้ว … มีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งได้พลัดหลงเข้าไปในป่า หลงอยู่ 3 วัน 3 คืนไม่ได้กินไม่ได้นอน พลันพบบ้านหลังหนึ่งกลางป่า ทำจากขนมปัง … ผิด … ทำจากไม้นี่แหละ ชายหนุ่มให้ดีใจยิ่งนัก จึงตะโกนร้องกู่เรียก "มีใครอยู่ไหม"


หน้าต่างเปิดออก แอ๊ด… หญิงสาวรูปงามยิ้มสดใส "หลงทางเหรอจ๊ะหนุ่ม" ชายหนุ่มหลงรักหญิงสาวทันที แต่นั่นคงต้องรอก่อน เพราะสติเขาดับวูบไป


ฟื้นคืนสติ หันซ้ายหันขวาชายหนุ่มพบว่าตนนอนอยู่บนบ้านหลังนั้นแล้ว ได้กลิ่นข้าวปลาอาหาร หิว ชายหนุ่มลุกขึ้นเดิน เวียนหัวเล็กน้อย หญิงสาวเดินมารับและพาไปนั่งกินข้าวนอกชาน


"ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าได้ไหม" หญิงสาวถาม ขณะชายหนุ่มตักข้าวเป็นจานที่ 3


ชายหนุ่มคิดถึงบ้าน "ที่บ้านเป็นห่วงข้าแย่หละ" แต่ไม่ได้พูดออกไป คำที่ออกจากปากคือ "จ้ะ"


อยู่มาได้ไม่กี่วันชายหนุ่มจึงรู้สึกตัวว่าบ้านหลังนี้อยู่กลางป่าลึกเพียงหลังเดียว และหญิงสาว ก็ดูจะไม่ใช่คนธรรมดา


อยู่มา 1 เดือนหญิงสาวดูจะไม่ใช่คน คราวนี้ไม่มีคำว่า ธรรมดา! และเมื่อชายหนุ่มรู้แล้ว หญิงสาวไม่มีอะไรต้องปิดบัง เธอสำแดงตัวเป็นแม่มด ซึ่งจริงๆก็ไม่เท่าไหร่ เพราะแม่มดหน้าตาน่ารักเซ็กซี่ก็มี แต่ที่เหวอคือ เธอสำแดงตนเป็นยายแม่มดแก่งั่ก นมยานด้วย (อันนี้พ่อผมไม่ได้เล่านะ อิๆ)


"แกรู้ก็ดีแล้ว ข้าขี้เกียจแปลงร่างหลอกแก มันเหนื่อย" แม่มดกล่าว "แล้วแกอย่าได้คิดหนีหรือซ่อน เพราะข้ามีหนังสือวิเศษ ที่ทายทุกอย่างได้แม่นร้อยโปเซง"


ชายหนุ่มไม่เชื่อ และคิดลองดีตลอด



  • วันแรก ชายหนุ่มซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก … แม่มดตามมาเจอเพราะหนังสือบอก "ใต้เงาไม้ใหญ่ เจ้าจงไปหา"

  • วันที่ 2 ซ่อนตัวในโอ่ง … โดนเจออีก "ผีปอบมาแล้ว น้องแก้วอยู่ไหน" หนังสือบอกอีก

  • วันที่ 3 ดำน้ำ … โดนเจอ "ใต้คงคาใส ดำว่ายดำผุด"


เป็นอย่างนี้ทุกวัน ชายหนุ่มรู้อิทธิฤทธิ์ของหนังสือวิเศษแล้ว แต่ก็ยังหาทางหนีทุกวัน จนในที่สุด แม่มดก็บอกว่า "ถ้าพรุ่งนี้เจ้าพยายามหนี ก็อย่าให้ข้าเจอ เพราะข้าจะจับเจ้ากินแน่"


ชายหนุ่มลนลาน แต่ด้วยความคิดถึงบ้านที่จากมาร่วมปีและไม่อยากอยู่ร่วมนมยาน เอ๊ย ชายคา กับแม่มดอีกต่อไป ก็เลยตัดสินใจหนีอีก แม่มดไม่รอช้าเดินตาม(ไม่ขี่ไม้กวาด?) พร้อมหนังสือคู่ใจทันที


ชายหนุ่มด้วยความกลัวก็พยายามหาที่ซ่อนเพราะได้ยินแม่มดมาใกล้แล้ว ส่วนแม่มดไม่เห็นชายหนุ่มเพราะมัวแต่ถามหนังสือ


"หนังสือวิเศษ บอกข้าเถิด ชายหนุ่มหล่อเลิศ อยู่ที่ไหน"


"แม่มดเอ๋ยข้าจะบอกให้ มันอยู่บนต้นไม้ ใต้ธรณี"


แม่มดได้ฟังก็งุนงงเป็นอย่างยิ่ง "อะไรของแก ต้นไม้ใต้ธรณี" แล้วก็ถามไปถามมา หนังสือก็ตอบคำเดิม เหมือนโซเคน


"หงุดหงิดแล้วนะเว้ย" แม่มดตะโกน และคิดว่า หนังสือคงจะเจ๊งแล้วเป็นแน่ จึงเผาหนังสือทิ้ง แล้วแปลงร่างสวยเดินกลับบ้าน เพื่อรอชายหนุ่มหน้าโง่คนใหม่


แล้วชายหนุ่มล่ะ? ปรากฏว่า ด้วยความลนลาน ชายหนุ่มพยายามขุดหลุมฝังตัวเอง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าหนังสือคงบอกได้อีก ก็เลยรีบปีนขึ้นต้นไม้ทั้งๆที่ดินติดอยู่บนหัว เป็นที่มาของ "มันอยู่บนต้นไม้ ใต้ธรณี"


ชายหนุ่มรีบลงมาหลังจากเห็นแม่มดเดินจากไป เห็นหนังสือกำลังโดนเผาจึงรีบไปดับไฟ หนังสือเหลืออยู่ครึ่งเล่ม ชายหนุ่มเดินทางกลับถึงบ้าน และตั้งอาชีพใหม่เรียกว่า "หมอดู" โดยใช้หนังสือครึ่งเล่มนั้นทำนาย ถูกครึ่งผิดครึ่งปนๆกันไป


และนี่เป็นเหตุให้หมอดูทายถูกบ้างผิดบ้าง ครับ


....


จบ


 

Posted in Blog


เทพนิยายกรีก Episode 2: สงครามมหาเทพ









วันนี้มีแขกรับเชิญมาร่วมเล่าเทพนิยายกรีกด้วยนะครับ ซึ่งก็คือ จอย นั่นเอง Episode นี้จะพูดถึงการวางแผนปฏิวัติครั้งถัดมาของ Mother Earth และจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างแก๊ง Zeus กับ The Titans โปรดฟังเลยครับ


มี 2 ไฟล์ครับ ไฟล์แรกเป็นความพยายามอัดเสียงครั้งแรกของจอย ส่วนไฟล์ที่ 2 เป็น Episode ปกติครับ



อ้อ อีกอย่าง ตอนนี้สามารถฟังโดยใช้ media player ซึ่งเป็น flash ด้านบนด้วยครับ จะไม่ต้องดาวโหลดไฟล์ mp3 ด้วยครับ


 

Posted in Blog


เทพนิยายกรีก Episode 1: ผู้มีบารมีนอกจักรวาล









สวัสดีครับ ผมจะเล่าเทพนิยายกรีกเป็นตอนๆให้ฟังกันนะครับ ตอนนี้เป็นตอนแรกของซีรี่ มีชื่อว่า "ผู้มีบารมีนอกจักรวาล" เล่าเรื่องราวต้นกำเนิดเหล่าเทพเจ้ากรีกยุคแรกๆ ความรักครั้งแรกของจักรวาล และการปฏิวัติครั้งแรกครับ


Episode 1 คลิกเพื่อดาวโหลดครับ (9:53 นาที 13.9 MB)


Episode หน้า พบกับตอน "ความรุ่งเรืองและจุดจบของยุคทอง" "สงครามมหาเทพ" จะเป็นการเล่าที่สนุกตื่นเต้นกว่าตอนนี้ไปอีก (เพราะมีคนบอกว่าครั้งนี้เหมือนฟังเทศน์ ... ) และพบกับแขกรับเชิญพิเศษด้วยครับ

Posted in Blog


บุนด้า 500

ขอ recycle เรื่องเก่าอีกหน่อย ไปอ่านเจอที่เคยเขียนไว้มา…
เรื่องมันมีอยู่ว่า…
เมื่อ 10-20 ปีมาแล้ว


เจฟกับสตีฟเป็น เพื่อนรักกัน และทั้งคู่ยังเป็นนักมานุษยวิทยาชื่อก้องอีกด้วย (ตกลงชื่ออะไรกันแน่?) งานที่ทั้งสองทำนั้นค่อนข้างท้าทาย เพราะต้องบุกป่าฝ่าดงไปยังดินแดนลึกลับมากมายเพื่อศึกษาชีวิตมนุษย์ ชาติพันธุ์ต่างๆ และสมัยนั้นก็ยังมีหลายเผ่าที่เป็นเผ่าล้าหลัง บางเผ่ากินคน


แต่ 2 คนก็แคล้วคลาดมาตลอด จนกระทั่ง …


"เฮ้ อึมปลั๊กสะดู๊ด ตึ๋งๆ" แปลเป็นไทยว่า "เฮ้ย! จับมันไว้" และนั่นเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่สติของเจฟและสตีฟจะดับวูบไป


เจ ฟลืมตาขึ้นพยายามมองหาสตีฟ แล้วก็พบว่าตัวเองถูกมัดอยู่กับเสาในลักษณะกางเขน ส่วนสตีฟนั้นไม่เห็นแม้แต่เงา แว่วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันใด "เฮ้ อึมปลั๊กสะดู๊ด ตึ๋งๆๆๆ" แปลเป็นไทยว่า "พวกเจ้ากล้ามากที่เข้าไปเหยียบวิหารของเรา ถึงแม้เราจะเป็นเผ่าไม่กินคน แต่เราก็มีกฎของเรา พวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษ" นั่นคือเสียงของหัวหน้าเผ่าลึกลับนั่นเอง เขาก้าวเข้ามาหาเจฟ พร้อมกองกำลังชายถึก ด้วยทีท่าประหนึ่งนักรบในหนัง 300


"สตีฟล่ะ?" เจฟตะโกน "พวกแกทำอะไรกับสตีฟ?"
"มันกำลังโดนลงโทษ ตามกฎของเรา" หัวหน้าเผ่ากล่าวเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงออสเตรเลีย
"โทษนั้นมีให้เลือก 2 อย่าง คือตาย หรือบุนด้า!!!"
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากซอกเขา "โอ โน อย่างงี้ไม่เอา อย่างนี้ไม่ดี ช่วยด้วย โอ้้้ออออออออออออ"
เสียงสตีฟนั่นเอง
"มันเลือกบุนด้า เพราะยังอยากมีชีวิตต่อไป มันยังไม่มีลูกเมีย"
สิ้นคำ ก็มีชายบึกบึนลากร่างของสตีฟออกมากองตรงหน้าเจฟ พลั่ก!
"เจฟ…แกยังไม่มีลูกเมียก็จริง ตะ..ตะ..แต่ แกอย่าเลือกบุนด้านะ" "ฮือ ฮือ ข้าคงกลับไปมีเมียเป็นผู้หญิงไม่ได้อีกแล้ว"
"ฮือ ฮือ ผู้ชายนับสิบ ฮือ ฮือ" สตีฟพูดได้แค่นั้นก็สลบไป


หัวหน้าเผ่า: "ถึงเวลาของเจ้าแล้ว เจ้าคนขาว เจ้าจะเลือกอะไร?"
เจฟเข้าใจดีว่าเพื่อนโดนอะไรมา และเขาคิดว่าเขามีเกียรติของลูกผู้ชาย ยอมตายซะดีกว่า
"ข้า เจฟ โดม่อน ขอเลือกความตาย!!!!"


หัวหน้าเผ่า: "เจ้ามีความเด็ดเดี่ยวมาก สมแล้วที่เป็นชายชาติอาชา"


"เฮ้ย!!! เอามันไปทำให้ตาย ด้วยบุนด้า!!!!"


เจฟ: "....."


 


 

Posted in Blog


จ่ายค่าโค้กรึยัง?

/uploaded_images/0000/0015/coke.jpg


"แม่!!! ทำไมโค้กไม่ไหล หนูอยากกินโค้ก"


วันหนึ่ง ณ อนาคตอันไกล


แดงต้อย เด็กหญิงชาวไทยแท้อายุ 11 ขวบ กำลังเดินลงจากบันไดด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน อาทิตย์นี้ลิฟท์ปิด ตามนโยบายประหยัดพลังงานของกระทรวงลดการใช้คาร์บอน ทำให้เธอต้องเดินลงบันไดถึง 9 ชั้น


วันนี้มีนัดเล่นหมากเก็บกับริต้า "ริต้า?" แดงต้อยรู้สึกว่าชื่อเพื่อนของเธอช่างเชยแท้ๆ เพราะตั้งแต่ปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งนั้นก็ไม่ค่อยมีคนใช้ชื่อเล่นตามฝรั่งหัวทองอีกแล้ว มีเฉพาะครอบครัวฐานะยากจนหรือการศึกษาน้อยเท่านั้นที่ยังคงใช้อยู่


แดงต้อยหยุดคิดฟุ้งซ่าน เธอเดินมาถึงห้องครัว ได้กลิ่นอาหารเม็ด แม่คงกำลังเตรียมอยู่ การเตรียมก็ไม่มีอะไรมาก แค่เอาอาหารเม็ดใส่ชามแล้วตากแดดให้ละลาย ก็กินได้แล้ว ไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องเปลืองคาร์บอน พ่อก็ไม่ต้องทำงานหนักมาก


"มากินข้าวสิลูก" ศรีไพร แม่ผู้แสนดีเรียกแดงต้อย


"แล้วพ่อล่ะคะ"


"พ่อไปทำงานจ้ะ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีข้าวของมันแพง แม่ต้องถอนคาร์บอนมาใช้เยอะ พ่อเลยต้องไปปลูกต้นไม้ทดแทนอยู่จ้ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงกลับ"


แดงต้อยหยิบแก้วปล่าว 2 ใบเดินไปที่ก๊อกโค้กเพื่อจะเปิดใส่แก้วเตรียมกินข้าว


หลังจากกระแสต่อต้านบรรจุภัณฑ์เกิดขึ้นอย่างหนัก อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือน้ำอัดลมต่างๆ NGO ออกมาประณามการใช้ขวด แก้ว กล่อง จนคนไม่กล้ากินอะไรเลยนอกจากจะต้องหิ้วแก้วหรือขวดไปเองจากบ้าน ทำให้ยอดขายน้ำอัดลมตกลงจนโคล่าต้องปิดตัวไปหลายยี่ห้อ โค้กจึงกัดฟันออกทุนร่วมกับรัฐบาล และการประปา ทำท่อน้ำอัดลมต่อจากบริษัทถึงบ้าน งบประมาณในตอนนั้นหลายแสนล้านบาท และยังต้องทนถูก NGO ด่าอีกเพราะใช้ท่อจำนวนมาก


"แม่ โค้กไม่ไหล!"


"ดูดีๆนะลูก ผิดก๊อกหรือเปล่า แม่ยกเลิกแฟนต้าไปเมื่อเดือนที่แล้วน่ะลูก เพราะพี่ชายลูกไม่อยู่แล้วไม่มีใครกิน"


"ไม่ผิดแน่ค่ะ"


"สงสัยพ่อลืมจ่ายค่าโค้กอีกแล้ว เฮ้อ งั้นกินน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ"


"จ้ะ" ศรีไพรตอบลูก


"แม่!!!"


"อะไรอีกจ๊ะ"


"น้ำยาล้างจานไม่ไหล ล้างแก้วไม่ได้ค่ะ"


....จบดีกว่า….

Posted in Blog


1