
"แม่!!! ทำไมโค้กไม่ไหล หนูอยากกินโค้ก"
วันหนึ่ง ณ อนาคตอันไกล
แดงต้อย เด็กหญิงชาวไทยแท้อายุ 11 ขวบ กำลังเดินลงจากบันไดด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน อาทิตย์นี้ลิฟท์ปิด ตามนโยบายประหยัดพลังงานของกระทรวงลดการใช้คาร์บอน ทำให้เธอต้องเดินลงบันไดถึง 9 ชั้น
วันนี้มีนัดเล่นหมากเก็บกับริต้า "ริต้า?" แดงต้อยรู้สึกว่าชื่อเพื่อนของเธอช่างเชยแท้ๆ เพราะตั้งแต่ปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งนั้นก็ไม่ค่อยมีคนใช้ชื่อเล่นตามฝรั่งหัวทองอีกแล้ว มีเฉพาะครอบครัวฐานะยากจนหรือการศึกษาน้อยเท่านั้นที่ยังคงใช้อยู่
แดงต้อยหยุดคิดฟุ้งซ่าน เธอเดินมาถึงห้องครัว ได้กลิ่นอาหารเม็ด แม่คงกำลังเตรียมอยู่ การเตรียมก็ไม่มีอะไรมาก แค่เอาอาหารเม็ดใส่ชามแล้วตากแดดให้ละลาย ก็กินได้แล้ว ไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องเปลืองคาร์บอน พ่อก็ไม่ต้องทำงานหนักมาก
"มากินข้าวสิลูก" ศรีไพร แม่ผู้แสนดีเรียกแดงต้อย
"แล้วพ่อล่ะคะ"
"พ่อไปทำงานจ้ะ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีข้าวของมันแพง แม่ต้องถอนคาร์บอนมาใช้เยอะ พ่อเลยต้องไปปลูกต้นไม้ทดแทนอยู่จ้ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงกลับ"
แดงต้อยหยิบแก้วปล่าว 2 ใบเดินไปที่ก๊อกโค้กเพื่อจะเปิดใส่แก้วเตรียมกินข้าว
หลังจากกระแสต่อต้านบรรจุภัณฑ์เกิดขึ้นอย่างหนัก อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือน้ำอัดลมต่างๆ NGO ออกมาประณามการใช้ขวด แก้ว กล่อง จนคนไม่กล้ากินอะไรเลยนอกจากจะต้องหิ้วแก้วหรือขวดไปเองจากบ้าน ทำให้ยอดขายน้ำอัดลมตกลงจนโคล่าต้องปิดตัวไปหลายยี่ห้อ โค้กจึงกัดฟันออกทุนร่วมกับรัฐบาล และการประปา ทำท่อน้ำอัดลมต่อจากบริษัทถึงบ้าน งบประมาณในตอนนั้นหลายแสนล้านบาท และยังต้องทนถูก NGO ด่าอีกเพราะใช้ท่อจำนวนมาก
"แม่ โค้กไม่ไหล!"
"ดูดีๆนะลูก ผิดก๊อกหรือเปล่า แม่ยกเลิกแฟนต้าไปเมื่อเดือนที่แล้วน่ะลูก เพราะพี่ชายลูกไม่อยู่แล้วไม่มีใครกิน"
"ไม่ผิดแน่ค่ะ"
"สงสัยพ่อลืมจ่ายค่าโค้กอีกแล้ว เฮ้อ งั้นกินน้ำเปล่าก็ได้ค่ะ"
"จ้ะ" ศรีไพรตอบลูก
"แม่!!!"
"อะไรอีกจ๊ะ"
"น้ำยาล้างจานไม่ไหล ล้างแก้วไม่ได้ค่ะ"
....จบดีกว่า....
Tags: นิทาน | เพ้อเจ้อ | สิ่งแวดล้อม |

