
ความขี้เกียจแกะและซ้อมเพลงของผมนั้น สร้างความลำบากให้ผมเป็นประจำในเวลาแสดงสด ซึ่งก็คาดหวังไว้ว่างานต่อๆไปผมคงซ้อมเยอะกว่านี้นะครับ
ผมจะเป็นพวกขี้เกียจซ้อม ขี้เกียจแกะเพลง ต้องไฟลนก้นจริงๆ ถึงจะแกะ เช่นซ้อมพรุ่งนี้ (ยังดีนะ บางทีรอถึงเล่นพรุ่งนี้) หลังจากเล่นกลองมานานก็ค้นพบว่ามีสิ่งที่ง่ายกว่ากลองมากอยู่ (ในแง่การแกะน่ะนะ) ก็คือการร้องนั่นเอง
เพราะร้องเนี่ยเรามั่วได้ง่ายกว่า (บางทีนะ) ก็เลยยิ่งขี้เกียจเข้าไปใหญ่ อาศัยเคยฟังตามวิทยุ แล้วก็ไม่ต้องซ้อมมันหละ ว่ากันสดๆเลย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะรอดตัวไปได้ โดยมีบางท่อนที่คนฟังจะขมวดคิ้วว่า "มันไม่ได้ร้องอย่างงี้ไม่ใช่เหรอวะ" แต่พอเจอผมมั่วทำนองไปอีกซัก 2-3 ท่อน ก็จะเริ่ม "อืม มันคง improvise อยู่มั้ง"
ทีนี้ มันก็จะมีปัญหาอีกขั้นคือเวลาไปร้องคาราโอเกะ หรือร้องที่ไหนที่ต้องร้องกันหลายคน ก็จะเริ่มซวยอีก เพราะจะร้องทำนองบางช่วงไม่เหมือนชาวบ้าน เสียงก็จะโผล่ โด่เด่มา ผมก็จะแก้ปัญหาโดยคอยเล็งว่าชาวบ้านจะร้องตอนไหน ถ้าเขาเริ่มร้อง ผมจะหยุด พอเขาหยุด ผมก็ร้องต่อ
ที่ว่ามานี่คือยังจำเนื้อได้นะ เจอแบบจำเนื้อไม่ได้นี่ยากสุดๆ ส่วนใหญ่ผมจะใช้วิธีจำท่อนแรก กับท่อนสร้อย พอร้องท่อนแรก ร้องท่อนสร้อย แล้วดนตรีมันจะวนมาให้เราร้องท่อนสอง ก็เอาเนื้อท่อนแรกนั่นแหละมาร้อง คนฟังก็จะผงกหัวตามเราจนจบสร้อยแรก พอเราเริ่มซ้ำเนื้อคนฟังก็จะขมวดคิ้ว ทบทวนในใจ "อืมๆ เราคงจำผิด อย่างน้อยไอ้บนเวทีนั่นก็เป็นนักร้อง มันคงรู้เนื้ออยู่แล้วแหละ หรือไม่เขาก็คงเอาเพลงเก่ามาทำใหม่มั้ง" แล้วก็ผงกหัวตาม สนุกต่อจนจบเพลง คนร้องก็คอยลุ้นในใจว่าคนดูจะทำหน้ายังไงบ้าง แล้วก็โล่งอก
ผมมีเพื่อนคนนึงใช้วิธีต่างออกไป วิธีของมันคือ มั่วเนื้อ นั่นเอง (เรียกว่าวิธีเหรอวะ) โดยเฉพาะเพลงฝรั่ง ลองไปฟังมันร้องแล้วจะรู้ว่า ไอ้มุกตลก ซันชิโร่ เทคมีโฮม นั้นชิดซ้ายไปเลย เพราะ้คุณจะฟังมันร้องไม่ออกเลย แต่ยังคิดได้ว่าเพลงนี้น่าจะความหมายดี คนไทยจะคิดว่าสำเนียงมันดีมากจนฟังไม่ออก ส่วนฝรั่งจะคิดว่ามันร้องเพลงไทยอยู่
จริงๆมาคิดดูีดีๆ เราไปแกะเพลงแล้วซ้อมร้องให้ดีๆมันจะง่ายกว่าป่าววะเนี่ย?


