Skip to content

Categories:

Posts in Books

คำสาปแห่งความรอบรู้

/uploaded_images/0000/0005/cokl.jpg


ทุกคนน่าจะเคยเจอคนที่รู้เรื่องอะไรสักอย่างเป็นอย่างดีแล้วพยายามเล่าให้เราฟัง แต่เรากลับไม่รู้เรื่อง หรือในทางกลับกันทุกคนก็คงเคยมีสักครั้งที่รู้เรื่องอะไรมา หรือศึกษามาเป็นอย่างดี แต่พอพยายามเล่าหรือ present ให้คนอื่นฟังก็กลับเหลว ซึ่งในทั้ง 2 กรณี คนเล่าก็จะคิดว่า "ทำไมแม่งไม่เข้าใจวะ เรื่องง่ายๆ" ส่วนคนฟังก็จะคิดว่า "พูดอะไรของมัน ยากจัง"


คำสาปงั้นเหรอ?


ในหนังสือที่ชื่อว่า Made to Stick ผู้เขียนได้กล่าวถึงคำสาปของเหล่ามวลมนุษย์รู้มากทั้งหลายที่ชื่อว่า "Curse of Knowledge" ซึ่งเป็นคำสาปที่ทำให้ "คนรู้" ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า "การไม่รู้" มันเป็นยังไง และผู้เขียนก็ได้ยกตัวอย่างการทดลองง่ายๆอันหนึ่งที่น่าสนใจ


Tappers and Listeners


แบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็น "คนเคาะ" อีกกลุ่มหนึ่งเป็น "คนฟัง" จากนั้นจับคู่คนจาก 2 กลุ่มเอามาทดลองทีละคู่ ฝ่ายคนเคาะจะได้รับรายชื่อเพลงที่เป็นที่รู้จักอย่างดีเช่น Happy Birthday ส่วนฝั่งคนฟังไม่มีรายชื่อ ฝั่งคนเคาะมีหน้าที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลง และให้ฝั่งคนฟังทายว่าเป็นเพลงอะไร


ผลการทดลองปรากฏว่าจาก 120 เพลงทายถูกเฉลี่ยต่อคู่เพียง 2.5 เพลงเท่านั้น ซึ่งก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ (ลองทำดูก็จะรู้ว่าทายยากมาก) แต่นั่นเป็นเพียงผลลัพธ์ส่วนเดียว ในการทดลองนี้ยังมีคำถามอีกข้อที่ถาม "คนเคาะ" หลังจากได้รายชื่อเพลงแต่ก่อนเริ่มเคาะว่า คิดว่าคนฟังจะทายถูกเท่าไหร่ คำตอบเฉลี่ยคือ 60 เพลง หรือ 50%


ทำไมเป็นงั้น? "คนเคาะ" นั้นเวลาเคาะเพลงอย่าง Happy Birthday ก็จะได้ยินเสียงเพลงนั้นในหัว ส่วน "คนฟัง" จะได้ยินเสียงเคาะโต๊ะเหมือนรหัสมอร์สที่ไร้ความหมาย ที่ฮาก็คือในการทดลองจริงๆ "คนเคาะ" จะแปลกใจมากว่าทำไมถึงทายไม่ถูก "โห ชัดๆเลยเนี่ย" "ไรว้า" คำพูดพวกนี้จะเกิดขึ้นตลอดเวลา (ลองไปเล่นดูนะ)


ปัญหาเกิด


เมื่อผู้บริหารพยายามจะสื่อความหมายของ "ผลกำไรที่ยั่งยืน" "บริการเป็นเยี่ยม" และนโยบายหรือกลยุทธสุดจ๊าบอื่นๆ ที่คิดขึ้นมาไปยังพนักงาน มักจะเกิดปัญหาอึกอักอธิบายไม่ได้ หรือคิดว่าอธิบายได้แต่พนักงานกลับไม่เข้าใจก็เป็นเพราะคำสาปนี้แหละ ผู้บริหารหรือผู้ก่อตั้งมีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถเชิงธุรกิจ ที่สั่งสมมาห้าปีสิบปี ส่วนนโยบายก็นั่งเขียนขึ้นมาเอง ส่วนพนักงานนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย "การเคาะ" นี้จึงส่งเสียงก้องอยู่แต่ในใจผู้บริหารเท่านั้น และพอให้ร้องออกมาพร้อมกัน ก็จะกลายเป็นคนละเพลง


แก้ยังไง


ทางแก้มี 2 ทาง



  • 1.ไม่ต้องเรียนรู้อะไร จะได้ไม่ต้องมีความรู้ จะได้ไม่โดนคำสาป อิๆ

  • 2.นำไอเดียที่จะนำเสนอมาแปรรูปให้สื่อสารได้ดีขึ้น


ซึ่งก็คงจะต้องเลือกข้อ 2. หละนะ ส่วนจะแปรรูปยังไง จะมานำเสนอในลำดับถัดไปครับ


If you have an apple and I have an apple and we exchange these apples then you and I will still each have one apple. But if you have an idea and I have an idea and we exchange these ideas, then each of us will have two ideas.
—George Bernard Shaw

หนังสือแนะนำ


Made to Stick: Why Some Ideas Survive and Others Die โดย Chip และ Dan Heath

Posted in Blog Books


Organize!

/uploaded_images/0000/0001/organize.jpg


บังเอิญไปเจอหนังสือของ National Geographic เล่มหนึ่งชื่อ Organize your digital life เกี่ยวกับการจัดการวัตถุดิจิตอลทั้งหลายในชีวิต เลยคิดว่าน่าสนใจและจะลองอ่านและเอามาลองปรับและทำตามดู


เริ่มจากไหน?


ยังไม่ทันจะอ่าน ก็มานั่งนึกๆว่ามันมีส่วนไหนของสินทรัพย์ดิจิตอล (digital assets) ของผมที่มันไม่เป็นระเบียบบ้าง สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คือไฟล์ที่ดาวโหลดมาครับ ความไม่เป็นระเบียบที่ว่านี้หลายๆคนน่าจะเป็นกัน อาการที่น่าจะพบก็คือ






  • -ท่องเว็บ เว็บ เว็บ เว็บ (เล่นไปแล้วนะมุขเนี้ย)

  • -โห e-book เล่มนี้น่าสนใจว่ะ เรื่องเกี่ยวกับนู่นนี่ จะได้อ่านไหมหนอ ดาวโหลดก่อนละกัน

  • -เว็บไซต์ก็ดันฉลาดแสดง e-book ที่(อ้างว่า)เกี่ยวข้องมาให้ดูต่อ อืมๆ เล่มนี้เพื่อนเราที่ทำงานด้าน … น่าจะได้ใช้ โหลดเผื่อมันละกัน

  • -อ๊ะ เล่มนี้เกี่ยวกับ … อาจจะอยากอ่านขึ้นมาซักวัน โหลด…





ผลปรากฏว่าโหลด e-book มาอย่างน้อยครั้งละ 10-20 เล่ม ได้อ่านจริงๆก็ไอ้เล่มแรกนั่นแหละ ที่เหลือก็หมกไว้ใน harddisk ตามแต่คุณ Internet Download Manager จะบัญชา ซึ่งผมยังโชคดีที่ได้รู้จักและใช้งานโปรแกรมค้นหาไฟล์สุดเร็วบน Windows ที่ชื่อว่า Avafind ซึ่งสามารถ Search แบบ wildcard ได้ เช่น how*to*.pdf ก็เลย(ยัง)ไม่มีปัญหาเรื่องการค้นหาของเท่าไหร่นัก แต่ในที่สุด อาการขั้นถัดไปก็ถามหา






  • -อืม Heroes (หนัง Series สุดจ๊าบ) ออกตอนใหม่แล้ว โหลดดีก่า

  • -เกมนี้น่าเล่น อ๊ะ spec ไม่ถึง … โหลดมาก่อนละกันเผื่อไปลงที่ office (อ้าวๆๆ)

  • -สาด … harddisk เต็ม ทำไงดีวะ

  • -หลังจากลบหนังลามกบางเรื่องออก ที่ก็ยังไม่พอ

  • -อืมๆ e-book พวกนี้ write ใส่ cd ไว้ละกัน

  • -หาแผ่น cd มาใส่ ลากไฟล์ใส่ Nero กด Burn … ป้าบ ที่ไม่พอให้ทำ image … กลับไปลบหนังลามกออกอีกเรื่อง

  • -ขณะกำลังลบๆอยู่ Windows ก็ฉลาด เตือนว่า เนื้อที่มึงหลือน้อย … เออ กูรู้แล้ว เดี๋ยวดิ

  • -ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ไปได้ ได้หนัง เกม software และ cd ใส่ของบางส่วนไว้





หลังจากดูหนัง เล่นเกม อ่านหนังสือที่เหลืออยู่บางเล่ม ประมาณ 2-3 วัน จะเกิดอาการขั้นสุดท้ายเป็นงี้






  • -อืม ตอนนี้อยากอ่านเรื่อง … แฮะ

  • -กด Avafind หาดู เอ โหลดไว้แล้วไม่ใช่เหรอวะ สงสัยอยู่ใน CD

  • -หันไปดูหลอด CD เป็น 10 หลอด ทุกแผ่นในหลอดเขียนหน้าปกว่า e-book

  • -กูคงจะนั่งหาหรอก สาด โหลดใหม่ก็ด้าย

  • -search ในเน็ท ท่องเว็บ เว็บ เว็บ เว็บ (เล่นไปแล้วนะมุขเนี้ย)

  • -...............





เอาหละ เราจะต้องแก้ไขการเวียนว่ายตายเกิดของ Digital Assets นี้ให้จงได้ อะ เริ่มจากปิดโปรแกรมต่างๆที่เปิดอยู่นี่ก่อนละกัน คลิก คลิก คลิก พอปิดทุกโปรแกรม สิ่งที่โผล่มาก็คือ desktop อันสุดยอด … รก …


/uploaded_images/0000/0003/desktop.jpg


ยังจะหวังไปจัดการอย่างอื่นอีกเหรอ เมื่อ desktop รกแบบนี้! ตะแลม ตะแลม ตะแลม จบข่าว


ขอไปอ่านหนังสือที่ว่าก่อนละกันนะ หะๆๆ แล้วจะมาเล่าใหม่


Note:


โปรแกรม Avafind เป็นโปรแกรมค้นหาไฟล์บน Windows ที่เร็วสุดๆของบริษัท Think Less Do More.


โปรแกรม Real Desktop เป็นโปรแกรมที่ทำหน้า desktop ให้มันเหมือนพื้นจริงๆ รกจริงๆ ไม่ใช้ตัวแสดงแทน … สวยดีลองหามาเล่นได้

Posted in Blog Books