Skip to content

Categories:

Posts in Blog

โปรดใช้วิจารณญาณ ถ้าไม่มี ใช้ Google Image Search

ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานของบ้านเมือง ก็ยังมีคนทำแบบนี้ ซ้ำเติมกันเข้าไป

ถ้าเจอแบบนี้ให้ไปที่ www.google.com หรือ .co.th ตามสะดวก
กด Image แล้วลากรูปที่สงสัยมาที่กล่องค้นหาเลย แล้วความจริงจะปรากฏ

Posted in Blog


Is your game fun? [draft]

ความสนุกของเกม สร้างได้ด้วย Challenge, Play, และ Story

Challenge


Reaching and Exceeding Goals

ในเกมมี goal อะไรบ้าง ยาก/ง่าย อย่างไร มี subgoal ไหม

Competing against Opponents

มีการแข่งขันอะไรบ้าง คน-คอม คน-คน

Stretching Personal Limit

ความยากง่ายของ goal / การ set goal ได้เอง / คนส่วนใหญ่ตั้ง goal เล็กๆไว้ระหว่างเล่น เช่น ต้องกระโดดตรงนี้ให้ได้เหรียญ

Exercising Difficult Skills


Making Interesting Choice

Play


Living out Fantasies


Social Interaction


Exploration and Discovery


Collection


Stimulation


เช่นเกมกีฬา

Self-Expression and Performance

พวกแต่งตัวออกไปในโลกกว้าง

Construction/Destruction

Story


...

Posted in Blog


บันไดแห่งความรับรู้ 6 ขั้น (Awareness Ladder)

วันนี้ขอนำเสนอ บันไดแห่งความรับรู้ 6 ขั้น (ดูรูป)

ลองเอา “ยาลดอาการผมร่วง” มาจับ

  • ขั้นที่ 0 ไม่รับรู้ว่าเป็นปัญหา คือ ผมร่วง แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ
  • ขั้นที่ 1 รู้ว่าเป็นปัญหา คือ ผมร่วง และอยากหาย แต่ไม่รู้ทำยังไง
  • ขั้นที่ 2 รู้ว่ามียาลดอาการผมร่วงอยู่ในโลกนี้ แต่ยังไม่รู้จักยี่ห้อของเรา
  • ขั้นที่ 3 รู้ว่ามียาลดอาการผมร่วงของเราอยู่ในตลาด
  • ขั้นที่ 4 รู้ว่าซื้อของเราดีกว่าของคนอื่น (เช่นรักษาหายจริง/ถูกกว่า)
  • ขั้นที่ 5 ซื้อของเรา

เราสามารถนำสิ่งนี้ มาช่วยในการมองกระบวนการขายหรือ marketing ใดๆได้ โดยยึดกฎดังนี้

  • ทุกๆคน เริ่มจากพื้นดิน ขั้นที่ 0 คือ ไม่เข้าใจว่าสภาพปัจจุบันเป็นปัญหา (แต่ว่าแต่ละคนเริ่มไม่พร้อมกันได้)
  • การ “ซื้อ” ทำได้เมื่อปีนถึงขั้นที่ 5 เท่านั้น
  • การปีนบันได ปีนได้ทีละขั้นเท่านั้น
  • ดังนั้น เราต้องผลักดันคนขึ้นบันไดไปทีละขั้นจนกว่าจะซื้อ

หลายครั้งที่โฆษณา หรือสื่อ marketing ต่างๆ fail เพราะไม่ได้มองสภาพผู้รับสาร ยกตัวอย่าง เราไปเจอคนขั้น 0 คือผมร่วงแต่ไม่คิดว่าเป็นปัญหา แต่เราดันเอา list สินค้า และ benefit ต่างๆให้เขาดู เขาก็ไม่มีทางที่จะซื้อ

สภาพตลาดใครตลาดมัน ต่างกันไป คน 100 คน อาจจะปีนอยู่ตามขั้นต่างๆ กระจายๆกันไป ถ้าเราเห็นว่าลูกค้าเราอยู่ตรงไหนมาก เราก็สื่อไปตรงนั้นมาก

แต่ถ้าเราทำการตลาด online ก็จะง่ายกว่านั้น ตรงที่เราสามารถทำ landing page ให้ทุกขั้นได้ (ยกเว้นขั้น 0) โดยไม่เปลืองเงินมากนัก

ไม่ว่าจะ offline หรือ online เราผลักได้ทีละขั้นเท่านั้น อย่าผลีผลาม เดี๋ยวลูกค้าตกกระได

ที่มา
Convert! Designing Web Sites to Increase Traffic and Conversion

Posted in Blog


RP99 วงดนตรีวงแรก และความไร้รสนิยม

วงดนตรีวงแรกที่ผมเล่นด้วย ชื่อวง RP99
เป็นวงของพ่อผมเอง ซึ่งชื่อของวงก็เอามาจากนามสกุลของเรานั่นเอง

ท่ามกลางเครื่องดนตรีหลากหลายในวงของพ่อ ผมเลือกหัดตีกลองชุด มันเป็นพรหมลิขิต ที่ทำให้ผมเลือกเครื่องดนตรีนี้เป็นเครื่องดนตรีแห่งชีวิต

กลองชุดไม่พยายามสร้างเมโลดี้ แทบไม่มีตัวตน โดยเฉพาะในเวลาที่มันถูกตีโดยคนที่เริ่มหัด การตีกลองแทบจะเป็นงานของเครื่องจักร ซ้ำกันทุกห้อง ยกเว้นเวลาส่งระหว่าง 4 ห้อง ซึ่งเป็นเวลาที่ผมรออย่างใจจดใจจ่อตอนเริ่มหัดตี

คำว่า “แยกประสาท” เป็นคำแรกๆในชีวิตนักดนตรีของผม มันเป็นคำแปลกประหลาด และยิ่งแบ่งแยกมือกลองออกจากมนุษย์มนา ไปสู่ดินแดนของเครื่องจักร

ชีวิตการตีกลองของผมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากจะมาพูดในวันนี้คือ สิ่งที่มีส่วนอย่างมากทำให้ผมเป็นผมอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะรสนิยมทางดนตรี

ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

ผมเคยแสร้งว่ามีรสนิยมทางดนตรี เมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น ผมจำเป็นต้องชอบอะไรสักอย่าง ที่สำคัญกว่านั้น จำเป็นต้องเกลียดอะไรสักอย่าง เพื่อแสดงตัวตนในกลุ่มเพื่อน

เช่น ต้องฟังเพลงร็อคหรือเพลงใต้ดิน เพลงบนดินมันห่วย ตลาด ขายของ

สุดท้ายเมื่อโตขึ้น ผมกลับไปเป็นแบบเดิมตอนเด็ก

ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

วง RP99 เป็นวงบ้านนอก เกิดที่อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี และตายในที่เดียวกัน

วงนี้เป็นที่ที่สอนให้ผมเข้าใจ ว่าโลกนี้ไม่ได้ประกอบด้วยคนเด่นดัง มันประกอบด้วยทุกคน

วงดนตรีวงหนึ่ง เดินทางไปเล่นตามงานแต่งงาน งานบวช และงานรื่นเริงต่างๆ ด้วยรถ 6 ล้อ ประกอบด้วย นักร้องหญิง ชาย นักดนตรี คนงานที่เรียกว่าคอนวอย

ไม่มีใครขาดใครได้ ทุกคนต้องไปด้วยกัน เมื่อคอนวอยขาดคน นักดนตรีต้องมาช่วยยกของ และตั้งเวที

เมื่อนักร้อง หรือนักดนตรีขาด คอนวอยก็ไปช่วยได้ บางคนร้องเพลงได้ บางคนเล่นดนตรีได้

วง RP99 มีมือกลอง 1 คน(เป็นคนอื่น ผมเป็นผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น) มือกีตาร์ 1-2 คน มือคีย์บอร์ด 1 คน มือเบส 1-2 คน คือพ่อผมเอง กับอีกคนสลับกันไป นักร้องหญิง 2-3 คน นักร้องชาย 2-3 คน

คอนวอยมีประมาณ 5-10 คน คอยยกของ ตั้งเวที รื้อเวที

ทุกคนล้วนเป็นญาติสนิทกัน นามสกุลเดียวกับผมก็เยอะ บางคนที่ไม่ใช่ญาติ ก็อยู่กันจนเป็นญาติ

background นิดหนึ่ง … วงดนตรีแบบนี้จะมีประมาณ 2-3 วง ที่ดังๆในจังหวัด แล้วก็จะมีคนมาจ้างไปเล่นตามงานต่างๆ ประมาณคืนละหนึ่งหมื่น-สองหมื่นบาท (ลองคิดถึงจำนวนคนดิ เป็นเงินน้อยมากๆ)

เพลงที่เล่นจะเป็น pattern เดียวกันทุกๆคืน คือ
1. เริ่มจากเพลงลูกทุ่ง/ลูกกรุงช้าๆ
2. เพลงรำวง (บอกไม่ถูกว่าคืออะไร แต่มันมีจังหวะตายตัวของมัน)
3. เพลงลูกทุ่งเร็วๆ
4. เพลงสตริง (pop/rock) ตามยุคสมัยนั้น + เพลงฝรั่งบ้างบางเพลง

โห วงบ้านนอกเล่นเพลงฝรั่ง? อ๊ะๆ เราเล่นกันตั้งแต่ I hate myself for loving you, broken-hearted woman, ไปจนถึง No Coke นู่นเลยครับ

คนร้องรู้ภาษาอังกฤษไหม? ไม่รู้ครับ เรานั่งแกะจากเทป ให้เป็นภาษาคาราโอเกะ แล้วก็ซ้อมกันจนกว่าจะเหมือนเทป

สมัยนั้นคำว่า ค่ายเทป ก็มีนะ แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ไม่รู้ว่า RS, Grammy, Kita, etc.. มันต่างกันยังไง

จนตอนโตนี่แหละ ถึงรู้ว่า คนเราจะต้องฟังเพลงตามชนชั้น หรือกลุ่มสังคมของตนด้วย

วง RP99 สอนให้ผมเข้าใจ จากการที่ผมขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ที่เล่นเพลงทุกแบบที่เรารู้จัก ขอเพียงให้คนดูสนุกไปกับเรา

พ่อผมเป็นคนที่สอนผม โดยไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว ว่า Entertainer คืออะไร

พ่อไม่ใช่มือเบสที่เก่ง ผมบอกได้เลย เช่นเดียวกับที่ผมไม่ใช่มือกลองที่เก่ง

แต่สิ่งที่พ่อสนใจที่สุดเวลาอยู่บนเวที คือคนดู เมื่อพ่อไม่ได้เล่นเบส พ่อจะคอยดู และคอยจัดเพลงที่มากมาย ให้เปลี่ยนไปทุกๆรอบที่เล่น ตามอารมณ์ของคน

พ่อถอยกลับไปตีกลองทอม เวลา sound ขาด

พ่อคอยพูดฮิ้วๆ หรือทำเสียงประหลาดต่างๆ ให้คนดูสนุก โดยที่คนดูไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหน พ่อไม่ได้ต้องการให้คนดูเห็นพ่อ แต่ต้องการให้คนดูเห็นวง

มันเป็นสิ่งที่ผมเลียนแบบไม่ได้ แม้จะพยายามทำมาเป็นเวลาหลายสิบปี

แต่ที่ผมทำได้ดีขึ้นมากคือความเข้มแข็ง เข้มแข็งพอที่จะบอกว่า ผมเองก็ชอบเพลงป๊อบ ชอบออฟปองศักดิ์ พอๆกับที่ชอบ RHCP หริอ RATM และผมก็ฟัง Lady Gaga ได้ ไปพร้อมๆกับที่ชอบฟัง Bjork

ก็คงต้องขอบคุณพ่อและ RP99 นั่นแหละ ที่สอนผมเรื่องนี้

ผมโคตรภูมิใจที่ผมไม่มีรสนิยมทางดนตรี

น่าเสียดาย วง RP99 ก็ตายไปด้วยเหตุผลหลายประการ และเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้พ่อไม่ค่อยชอบใจนักเมื่อรู้ว่าผมจะเริ่มเล่นดนตรีสมัยมัธยมต้น

เรื่องราวมันเยอะ วันนี้ผมพยายามเล่าแบบไม่ Edit เรื่องอาจจะไม่เรียงร้อยปะติดปะต่อ ก็ขอให้อ่านไปดิบๆละกัน ขอบพระคุณ

Posted in Blog


I'm sorry...you didn't make it Mr. Ash.

ผมชอบดู Animatrix มาก (หากใครไม่เคยดู มันเป็น animation สั้นหลายๆเรื่อง ที่ใช้จักรวาลของ the Matrix ทั้งในและนอก Matrix เป็นตัวดำเนินเรื่อง)

2 เรื่องที่ผมชอบมากคือ “World Record” กับ “Detective Story”
ทั้งคู่เป็นเรื่อง “ภายใน” matrix
ผมประทับใจ World Record ที่หักดิบไอเดียความตื่นได้ตรงใจผมมาก ด้วยการบอกว่านักกีฬาที่ทะลุกำแพงของกฎเกณฑ์ทางโลกไปได้ ก็จะได้พบธรรม (แทนที่จะเป็นพวกนั่งพินิจพิเคราะห์ตื่นด้วยปัญญา)

ส่วน Detective Story นั้นผมโดนใจกับประโยคเด็ดของ Trinity ที่พูดกับ Ash ตอนกำลังจะถูกเปลี่ยนเป็น Agent

I’m sorry…you didn’t make it Mr. Ash.

สะเทือนใจว่ะ เหมือน Trinity หันมาพูดกับผมเลย

เฉียดไปเฉียดมา แทบไม่รู้ความจริงอะไรสักอย่าง แล้วก็ไม่ตื่นในชีวิตนี้ด้วย

Posted in Blog


1 2 3 4 5 6